ค่าปรับเพาเวอร์แฟคเตอร์ (Power Factor) คิดอย่างไร และลดได้อย่างไร
บิลค่าไฟโรงงานมีบรรทัดหนึ่งที่คนมักข้ามไป คือค่าเพาเวอร์แฟคเตอร์ หรือค่าตัวประกอบกำลัง เงินก้อนนี้ไม่ได้มาจากการใช้ไฟมากขึ้น แต่มาจากการใช้ไฟแบบที่การไฟฟ้าไม่ชอบ หน้านี้อธิบายกฎของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.) พร้อมสูตร ตัวอย่างคำนวณ และวิธีลด
Power Factor คืออะไร (แบบไม่ต้องเป็นวิศวกร)
มอเตอร์ ปั๊ม และคอมเพรสเซอร์ ต้องยืมไฟส่วนหนึ่งไปสร้างสนามแม่เหล็กก่อนถึงจะหมุนได้ ไฟส่วนนี้วิ่งไปกลับในสายไฟโดยไม่ได้ผลิตอะไร เหมือนฟองบนแก้วเบียร์ที่เต็มแก้วแต่ไม่ใช่เบียร์
- kW คือไฟที่ทำงานจริง (เนื้อเบียร์)
- kVAR คือไฟที่ยืมไปแล้วคืน ไม่ได้ทำงาน (ฟอง)
- Power Factor (PF) คือสัดส่วนของไฟที่ทำงานจริงต่อไฟทั้งหมดที่วิ่งในสาย ยิ่งใกล้ 1 ยิ่งดี
การไฟฟ้าต้องสร้างสายส่งและหม้อแปลงให้รับไฟทั้งหมดที่วิ่ง รวมฟองด้วย จึงยอมให้มีฟองได้ระดับหนึ่ง ส่วนที่เกินต้องจ่าย
กฎของการไฟฟ้า (กฟภ.)
| ใครโดน | ผู้ใช้ไฟที่ถูกคิดค่าความต้องการพลังไฟฟ้า (ค่าดีมานด์) เช่น กิจการขนาดกลาง กิจการขนาดใหญ่ และกิจการเฉพาะอย่าง ซึ่งเป็นประเภทของโรงงานส่วนใหญ่ · บ้านและร้านค้าเล็กไม่โดน |
|---|---|
| วัดอย่างไร | ใช้ค่าเฉลี่ย 15 นาทีที่สูงสุดของเดือน ทั้ง kVAR (เฉพาะแบบ Lag ที่มาจากมอเตอร์) และ kW |
| เกณฑ์ | kVAR สูงสุดเกิน 61.97% ของ kW สูงสุด (เท่ากับ PF ประมาณ 0.85) |
| อัตรา | 56.07 บาทต่อ kVAR ที่เกิน ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม |
| การปัดเศษ | เศษต่ำกว่า 0.5 kVAR ตัดทิ้ง ตั้งแต่ 0.5 ขึ้นไปนับเป็น 1 kVAR |
ที่มา: ประกาศอัตราค่าไฟฟ้าของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค งวดเดือนกันยายน 2569 · โรงงานในเขตการไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) ให้ตรวจอัตราในบิลของตัวเอง
kVAR สูงสุดกับ kW สูงสุดไม่จำเป็นต้องเกิดเวลาเดียวกัน การไฟฟ้าเอาค่าสูงสุดของแต่ละตัวในเดือนมาเทียบกัน ช่วงไหนก็ได้ที่ kVAR พุ่งเพียง 15 นาที เช่น ตอนเครื่องจักรเริ่มเดินพร้อมกันแต่ตู้คาปาซิเตอร์ยังไม่ทันสับเข้า ก็พอให้โดนปรับทั้งเดือน ดูค่าเฉลี่ยทั้งเดือนจึงไม่พอ
สูตรและตัวอย่างคำนวณ
ค่าปรับ = (kVAR สูงสุด − 0.6197 × kW สูงสุด) × 56.07 บาท
ตัวอย่าง (ตัวเลขสมมติ) โรงงานใช้ไฟหนักสุด 800 kW และช่วงนั้น PF เท่ากับ 0.82
- kVAR ที่วิ่งอยู่800 × tan(acos 0.82) = 558.4 kVAR
- ที่การไฟฟ้ายอมให้มี800 × 0.6197 = 495.8 kVAR
- ส่วนที่เกิน558.4 − 495.8 = 62.6 → ปัดเป็น 63 kVAR
- ค่าปรับเดือนนั้น63 × 56.07 = 3,532 บาท
ถ้าเกิดซ้ำทุกเดือนเป็นเงินราว 42,000 บาทต่อปี และถ้าแก้ PF ให้ถึง 0.95 ต้องเติมตู้คาปาซิเตอร์ราว 295 kVAR
คำนวณค่าปรับของโรงงานคุณ
กรอก kW สูงสุดของเดือนจากบิล และ PF ช่วงที่ใช้ไฟหนัก ผลจะขึ้นทันที
- kVAR ที่วิ่งอยู่
- –
- ที่การไฟฟ้ายอมให้มี
- –
- ส่วนที่เกิน
- –
- ตู้คาปาซิเตอร์ที่ต้องเติมให้ PF ถึง 0.95
- –
- ค่าปรับต่อเดือน
- –
ประมาณการ ไม่ใช่ใบเสนอราคา · สมมติว่า kVAR สูงสุดเกิดช่วงเดียวกับ kW สูงสุด ซึ่งของจริงอาจไม่ใช่ (ดูจุดที่คนพลาดบ่อย) · ต้องการคิดค่าพีครวมด้วย ใช้เครื่องคำนวณบนหน้าแรก
ทำไม PF ถึงตก
- ตู้คาปาซิเตอร์ทำงานไม่ครบ ฟิวส์ขาด คอนแทคเตอร์เสีย หรือคาปาซิเตอร์เสื่อมจนค่าความจุลดลง ตู้ยังดูปกติจากภายนอก แต่ชดเชยได้ไม่เต็ม
- ตั้งค่าตัวควบคุมผิด ตั้งเป้า PF ต่ำไป หรือหน่วงเวลานานจนสับสเต็ปไม่ทันตอนเครื่องจักรเริ่มเดิน
- มอเตอร์ทำงานเบาหรือเดินตัวเปล่า มอเตอร์ที่เดินโดยไม่มีงานยังยืมไฟเกือบเท่าเดิม แต่ใช้ไฟทำงานน้อยมาก
- ฮาร์มอนิกสูง อินเวอร์เตอร์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ทำให้คาปาซิเตอร์ร้อนและเสื่อมเร็วกว่าปกติ
- ติดโซลาร์ ซื้อไฟที่ทำงานจากการไฟฟ้าน้อยลง แต่ไฟที่ยืมยังเท่าเดิม สัดส่วนจึงเกินเกณฑ์ง่ายขึ้น อ่านรายละเอียด →
- ตู้คาปาซิเตอร์ทำงานไม่ครบ
- ตั้งค่าตัวควบคุมผิด
- มอเตอร์เดินตัวเปล่า
- ฮาร์มอนิกทำคาปาซิเตอร์เสื่อม
- ติดโซลาร์ ซื้อ kW น้อยลง
วิธีลดค่าปรับ
- ตรวจตู้ที่มีอยู่ก่อน วัดว่าแต่ละสเต็ปยังจ่าย kVAR ได้ตามป้ายหรือไม่ เป็นวิธีที่ถูกที่สุด เพราะหลายโรงงานมีตู้อยู่แล้วแต่ทำงานไม่ครบ
- ขนาดตู้ให้พอดีกับโหลดจริง ตั้งเป้า PF ราว 0.95 ใช้ข้อมูลโหลดจริงหลายวันในการเลือกขนาด ไม่ใช่ค่าจากป้ายมอเตอร์
- ถ้ามีฮาร์มอนิกสูง ปรึกษาผู้ติดตั้งว่าต้องใช้ตู้แบบมีรีแอคเตอร์ (detuned) หรือตู้กรองฮาร์มอนิกหรือไม่ ไม่งั้นคาปาซิเตอร์จะเสียซ้ำ
- เฝ้าดูต่อเนื่อง ตู้ที่แก้แล้วเสียได้อีกโดยไม่มีใครรู้ จนบิลเดือนหน้ามา
- 1ตรวจตู้ที่มีอยู่ถูกที่สุด
- 2ขนาดตู้ให้พอดีตั้งเป้า PF 0.95
- 3ดูเรื่องฮาร์มอนิกตู้แบบมีรีแอคเตอร์
- 4เฝ้าดูต่อเนื่องตู้เสียได้อีก
PowerIQ ช่วยตรงไหน
- วัด PF และ kVAR ทุก 1 นาที พร้อมกราฟย้อนหลัง เห็นช่วงสั้น ๆ ที่ PF ตก ซึ่งบิลรายเดือนไม่บอก
- เก็บค่าเฉลี่ย 15 นาทีของ kW และ kVAR ครบทั้งเดือน จึงคิดค่าปรับตามสูตรของการไฟฟ้าย้อนหลังจากข้อมูลจริงได้ ไม่ต้องรอบิล
- เห็นว่า PF ตกช่วงไหนของวัน จึงไล่หาได้ว่าตู้คาปาซิเตอร์หรือเครื่องจักรตัวไหนเป็นต้นเหตุ
ดูความสามารถทั้งหมดของ PowerIQ →
คำถามที่พบบ่อย
PF เท่าไรถึงไม่โดนปรับ
ต้องให้ kVAR สูงสุดของเดือนไม่เกิน 61.97% ของ kW สูงสุด ซึ่งเท่ากับ Power Factor ประมาณ 0.85 แต่ควรตั้งเป้าไว้ราว 0.95 เพราะเกณฑ์ดูค่าสูงสุดเพียง 15 นาทีในเดือน ช่วงสั้น ๆ ที่ PF ตกก็พอให้โดนปรับทั้งเดือน
ค่าปรับคิดทุกเดือนไหม
คิดเฉพาะเดือนที่ kVAR สูงสุดเกินเกณฑ์ เดือนไหนไม่เกินก็ไม่มีบรรทัดนี้ในบิล แต่ถ้าสาเหตุยังอยู่ เช่น ตู้คาปาซิเตอร์เสีย ก็จะโดนซ้ำทุกเดือนจนกว่าจะแก้
ติดโซลาร์แล้วทำไมโดนค่าปรับ Power Factor ง่ายขึ้น
แผงโซลาร์ช่วยจ่ายไฟส่วนที่ทำงาน (kW) แต่มอเตอร์ยังต้องยืมไฟส่วนที่ไม่ได้ทำงาน (kVAR) จากการไฟฟ้าเท่าเดิม เมื่อ kW ที่ซื้อจากการไฟฟ้าลดลง สัดส่วน kVAR ต่อ kW จึงสูงขึ้นจนเกินเกณฑ์ได้ ทั้งที่โรงงานไม่ได้เปลี่ยนอะไร
บ้านหรือร้านค้าเล็กโดนค่าปรับนี้ไหม
ไม่โดน ค่าปรับเพาเวอร์แฟคเตอร์เก็บเฉพาะผู้ใช้ไฟที่ถูกคิดค่าความต้องการพลังไฟฟ้า (ค่าดีมานด์) เช่น กิจการขนาดกลาง กิจการขนาดใหญ่ และกิจการเฉพาะอย่าง ซึ่งเป็นประเภทของโรงงานส่วนใหญ่
ส่งบิลค่าไฟมาให้เราช่วยดู หรือคุยว่าจะเริ่มวัดจริงได้อย่างไร
อัปเดตล่าสุด 10 ต.ค. 2569 · อัตราค่าไฟเปลี่ยนตามประกาศของการไฟฟ้า ให้ดูงวดที่ระบุไว้ด้านบน