วิธีลดค่าพีค (ค่าดีมานด์) ของโรงงาน 7 วิธี เริ่มจากวิธีที่ไม่ต้องลงทุน
ค่าพีคคิดจาก 15 นาทีที่โรงงานใช้ไฟหนักที่สุดในเดือน การลดค่าพีคจึงไม่ใช่การใช้ไฟให้น้อยลง แต่เป็นการไม่ใช้ไฟหนักพร้อมกัน หน้านี้รวมวิธีลดพีคตั้งแต่ที่ไม่ต้องลงทุน ไปจนถึงที่ต้องลงทุน พร้อมวิธีหาว่าพีคมาจากไหน และวิธีวัดผลให้ถูก
ลดพีคแล้วได้เงินเท่าไร
ค่าดีมานด์คิดเป็นบาทต่อ kW ของพีคในช่วง On-Peak สำหรับโรงงานที่รับไฟ 22–33 kV อัตราคือ 132.93 บาทต่อ kW ต่อเดือน ทุก ๆ 100 kW ที่พีคลดลง ค่าดีมานด์จะลดราว 13,293 บาทต่อเดือน หรือราว 159,516 บาทต่อปี
แต่ตัวเลขนี้เป็นจริงเมื่อพีคใหม่ยังสูงกว่า 70% ของพีคสูงสุดใน 12 เดือน อ่านเรื่องกฎ 70% และคำนวณพีคครั้งเดียวของโรงงานคุณ →
ขั้นแรก: หาว่าพีคมาจากไหน
บิลบอกแค่ตัวเลขพีคของเดือน ไม่บอกว่าเกิดวันไหน เวลาไหน และมาจากเครื่องไหน ถ้าไม่รู้ข้อนี้ ทุกวิธีข้างล่างก็เป็นการเดา
- ดูกำลังไฟเฉลี่ยทุก 15 นาที ของทั้งเดือน แล้วหาช่วงที่สูงที่สุด 5–10 ช่วง
- ดูว่าช่วงนั้นเครื่องไหนเดินอยู่ ผู้ต้องสงสัยประจำคือ คอมเพรสเซอร์ ชิลเลอร์ เตาหรือฮีตเตอร์ เครื่องอัด และมอเตอร์ใหญ่ที่เปิดพร้อมกันตอนต้นกะ
- ดูว่าเกิดซ้ำไหม พีคที่เกิดทุกวันเวลาเดิมแก้ได้ด้วยลำดับการทำงาน ส่วนพีคที่เกิดครั้งเดียวมักมาจากวันพิเศษ เช่น วันทดสอบเครื่องหรือวันที่ไฟกลับมาหลังดับ
- 1หาที่มาพีคเกิดเมื่อไร มาจากเครื่องไหน
- 2เลือกวิธีเริ่มจากวิธีที่ไม่ต้องลงทุน
- 3ตั้งเป้าไม่ต่ำกว่า 70% ของพีคสูงสุดในรอบ
- 4วัดผลรายวันไม่ต้องรอบิลสิ้นเดือน
7 วิธีลดค่าพีค
| วิธี | ทำอย่างไร | ลงทุน | ข้อควรระวัง |
|---|---|---|---|
| สตาร์ทเครื่องใหญ่ทีละตัว | เว้นระยะการเปิดคอมเพรสเซอร์ ชิลเลอร์ และเครื่องจักรใหญ่ ให้พ้นช่วง 15 นาทีเดียวกัน โดยเฉพาะต้นกะและหลังไฟดับ | ไม่ต้องลงทุน | ต้องเขียนลำดับให้ทุกกะทำเหมือนกัน |
| ย้ายงานที่เลื่อนได้ไป Off-Peak | งานล้าง งานอบ งานบด หรือชาร์จรถยก ทำหลัง 22:00 น. หรือวันหยุด ลดทั้งค่าดีมานด์และค่าพลังงาน | ไม่ต้องลงทุน (อาจมีค่าแรงกะดึก) | งานบางอย่างต้องมีคนคุม |
| ตั้งเป้าพีครายเดือน | กำหนดตัวเลขที่ไม่ควรเกิน แล้วให้หัวหน้ากะรู้ ช่วงเร่งงานปลายเดือนต้องระวังเป็นพิเศษ | ไม่ต้องลงทุน | ต้องมีตัวเลขการใช้ไฟระหว่างวันให้ดู |
| จัดการคอมเพรสเซอร์ลม | ซ่อมรอยรั่ว ลดแรงดันที่ตั้งให้พอดีกับงาน และให้เครื่องเดินสลับกันแทนเดินพร้อมกัน | ลงทุนน้อย | ลดแรงดันต้องเช็คว่าเครื่องปลายทางยังทำงานได้ |
| เก็บความเย็นหรือความร้อนไว้ก่อน | ทำความเย็นหรือความร้อนล่วงหน้าช่วง Off-Peak แล้วใช้ช่วงกลางวัน เช่น ถังน้ำเย็นหรือถังเก็บความร้อน | ลงทุนปานกลางถึงสูง | ต้องมีพื้นที่ และออกแบบโดยวิศวกร |
| ระบบตัดโหลดที่ไม่สำคัญ | ตัวควบคุมดีมานด์ตัดหรือหน่วงโหลดที่หยุดได้ชั่วคราว เช่น แอร์บางโซน เมื่อพีคใกล้เป้า | ลงทุนปานกลาง | ต้องเลือกโหลดที่หยุดแล้วไม่กระทบการผลิตและความปลอดภัย |
| โซลาร์และแบตเตอรี่ | โซลาร์ลดไฟที่ซื้อช่วงกลางวัน แบตเตอรี่จ่ายไฟช่วงพีค | ลงทุนสูง | โซลาร์ไม่ช่วยพีคตอนเย็นหรือวันฟ้าครึ้ม และอาจทำให้ Power Factor ตก |
การย้ายงานไป Off-Peak ลดค่าพลังงานได้ด้วย ในตัวอย่างของหน้าอ่านบิล การย้ายงาน 20,000 หน่วยไปทำหลัง 22:00 น. ลดค่าพลังงานได้ราว 31,604 บาทต่อเดือน ดูตัวอย่างบิลทีละบรรทัด →
ตัวอย่าง: สลับเวลาสตาร์ทเครื่อง
โรงงานตัวอย่างมีพีค 1,000 kW ทุกเช้าตอนเปิดคอมเพรสเซอร์ ชิลเลอร์ และเตาพร้อมกัน เมื่อเปลี่ยนเป็นเปิดทีละตัว ห่างกัน 15 นาที พีคลดเหลือ 850 kW โดยใช้ไฟทั้งวันเท่าเดิม
| ตัวอย่าง (ตัวเลขสมมติ) | ค่า |
|---|---|
| พีคลดลง | 150 kW |
| ค่าดีมานด์ลดลง | 19,940 บาทต่อเดือน |
| ทั้งปี (ถ้าไม่ติดกฎ 70%) | ราว 239,274 บาท |
| ระดับ 70% ของพีคเดิม | 700 kW · พีคใหม่ 850 kW ยังสูงกว่า จึงเห็นผลในบิลเดือนแรก |
ห้ามลดพีคด้วยการปิดระบบความปลอดภัย ระบบระบายอากาศ หรืออุปกรณ์ที่กระบวนการผลิตต้องใช้ การเลือกโหลดที่หยุดได้ต้องให้วิศวกรและฝ่ายผลิตตัดสินร่วมกัน
วัดผลให้ถูก
- เก็บพีคก่อนเริ่มจดพีครายเดือนย้อนหลังอย่างน้อย 12 เดือน และหาพีคสูงสุดที่ยังอยู่ในรอบ
- เทียบเป็นรายวันดูพีคของแต่ละวันหลังเริ่มทำ ไม่ต้องรอบิล ถ้าวันไหนพีคพุ่ง ให้หาว่าเกิดอะไร
- เทียบกับระดับ 70%ถ้าพีคใหม่ต่ำกว่า 70% ของพีคสูงสุดในรอบ บิลจะยังไม่ลดจนกว่าพีคเก่าจะพ้นรอบ
- รักษาไว้พีคที่ลดได้ 11 เดือน แต่พุ่งวันเดียวในเดือนที่ 12 จะยึดค่าดีมานด์ไปอีกปี
PowerIQ ช่วยตรงไหน
- วัดกำลังไฟ ทุก 1 นาที แยกแต่ละเครื่อง พร้อมกราฟย้อนหลัง เห็นว่าพีคเกิดวันไหน เวลาไหน และมาจากเครื่องไหน
- เห็นกราฟการใช้ไฟของวันนี้ระหว่างวัน ใช้เทียบผลหลังเปลี่ยนลำดับการทำงานได้ทันที ไม่ต้องรอบิล
- รายงานรายวันของแต่ละเครื่องสั่งพิมพ์เป็น PDF ได้ และส่งออกข้อมูลไปเปิดใน Excel ได้
PowerIQ อ่านค่าอย่างเดียว ไม่ได้สั่งเปิดปิดหรือตัดโหลดเครื่องจักร การเปลี่ยนลำดับการทำงานยังเป็นการตัดสินใจของคน
คำถามที่พบบ่อย
ลดพีคแล้ว ทำไมบิลยังไม่ลด
เพราะกฎ 70% การไฟฟ้าคิดค่าดีมานด์ไม่น้อยกว่า 70% ของพีคสูงสุดใน 12 เดือนที่ผ่านมา ถ้าพีคใหม่ต่ำกว่าระดับนั้น บิลจะยังคิดที่ 70% จนกว่าเดือนที่พีคสูงจะพ้นรอบ 12 เดือน
ซอฟต์สตาร์ทเตอร์หรืออินเวอร์เตอร์ช่วยลดค่าพีคไหม
ช่วยน้อยมาก เพราะการไฟฟ้าใช้ค่าเฉลี่ย 15 นาที กระแสกระชากไม่กี่วินาทีจึงถูกเฉลี่ยไป สิ่งที่ทำให้พีคสูงจริงคือเครื่องใหญ่หลายตัวเดินพร้อมกันต่อเนื่อง ส่วนอินเวอร์เตอร์ช่วยได้เมื่อทำให้มอเตอร์ใช้กำลังน้อยลงตลอดเวลา เช่น ปั๊มและพัดลมที่ไม่ต้องเดินเต็มรอบ
ย้ายงานไป Off-Peak ลดอะไรบ้าง
ลดสองอย่าง คือค่าดีมานด์ (Off-Peak ไม่ถูกคิดค่าดีมานด์) และค่าพลังงาน (หน่วย Off-Peak ถูกกว่า On-Peak ราว 60%) แต่ไม่ลดค่า Ft เพราะคิดเท่ากันทุกหน่วย
ควรตั้งเป้าพีคเท่าไร
เริ่มจากดูพีคจริงย้อนหลังหลายเดือน แล้วตั้งต่ำกว่าพีคที่เกิดบ่อยเล็กน้อย และไม่ต่ำกว่าระดับ 70% ของพีคสูงสุดใน 12 เดือน เพราะลดต่ำกว่านั้นบิลยังไม่เห็นผลจนกว่าพีคเก่าจะพ้นรอบ
ต้องลงทุนก่อนไหม
ไม่จำเป็น สามวิธีแรกไม่ต้องลงทุนอุปกรณ์ แค่ต้องรู้ว่าพีคเกิดเมื่อไรและมาจากเครื่องไหน จึงควรเริ่มจากวัดก่อน แล้วค่อยตัดสินใจเรื่องที่ต้องลงทุน
บอกเราว่าโรงงานมีเครื่องใหญ่อะไรบ้าง และบิลเดือนล่าสุดมีค่าดีมานด์เท่าไร เราช่วยดูว่าควรเริ่มจากตรงไหน
อัปเดตล่าสุด 10 ต.ค. 2569 · อัตราค่าดีมานด์จากประกาศ กฟภ. งวดเดือนกันยายน 2569 (22–33 kV) · โรงงานในเขต กฟน. ให้ดูอัตราในบิลของตัวเอง