ค่าไฟโรงงาน

ติดโซลาร์แล้ว PF ตก ทำไมโดนค่าปรับ Power Factor ทั้งที่ไม่ได้เปลี่ยนอะไร

หลายโรงงานติดโซลาร์รูฟท็อปแล้วเจอบรรทัดค่าปรับ Power Factor ในบิลเป็นครั้งแรก ทั้งที่เครื่องจักรและตู้คาปาซิเตอร์ยังเหมือนเดิม หน้านี้อธิบายว่าเกิดจากอะไร เดือนไหนโดนหรือไม่โดน คิดเป็นเงินเท่าไร และแก้อย่างไรโดยไม่ต้องลดขนาดโซลาร์

อ่านราว 6 นาทีอัปเดต 10 ต.ค. 2569

  • แผงโซลาร์จ่าย kW ช่วงกลางวัน
  • มอเตอร์ยังยืม kVAR เท่าเดิม
kW ที่ซื้อลดลงแต่ kVAR ที่ดึงจากการไฟฟ้าเท่าเดิม
PF ที่มิเตอร์การไฟฟ้าเห็นต่ำลง
เครื่องจักรไม่ได้เปลี่ยน สิ่งที่เปลี่ยนคือสัดส่วนระหว่างไฟสองส่วนที่ซื้อจากการไฟฟ้า

ทำไมติดโซลาร์แล้ว PF ตก

ไฟที่มอเตอร์ใช้มีสองส่วน ส่วนที่ทำงานจริงวัดเป็น kW และส่วนที่ยืมไปสร้างสนามแม่เหล็กแล้วคืนวัดเป็น kVAR แผงโซลาร์ส่วนใหญ่จ่ายเฉพาะ kW ส่วน kVAR โรงงานยังต้องดึงจากการไฟฟ้า (หรือจากตู้คาปาซิเตอร์) เท่าเดิม

ที่มิเตอร์การไฟฟ้าก่อนติดโซลาร์หลังติดโซลาร์ 300 kW
kW ที่ซื้อ800 kW500 kW
kVAR ที่ดึง431.8 kVAR431.8 kVAR (เท่าเดิม)
Power Factor0.880.76
kVAR ที่การไฟฟ้ายอมให้495.8 kVAR · ผ่าน309.9 kVAR · เกิน

ตัวอย่าง (ตัวเลขสมมติ) โหลด 800 kW ที่ PF 0.88 · ช่วงแดดดีโซลาร์จ่าย 300 kW · เกณฑ์ 61.97% ของ kW ตามประกาศ กฟภ. อ่านสูตรค่าปรับเต็ม →

คิดเป็นเงินเท่าไร

  1. kVAR ที่ดึงอยู่800 × tan(acos 0.88) = 431.8 kVAR
  2. ที่การไฟฟ้ายอมให้500 × 0.6197 = 309.9 kVAR
  3. ส่วนที่เกิน431.8 − 309.9 = 121.9 → ปัดเป็น 122 kVAR
  4. ค่าปรับเดือนนั้น122 × 56.07 = 6,841 บาท

ก่อนติดโซลาร์ โรงงานนี้ไม่เคยมีบรรทัดค่าปรับเลย เพราะ 431.8 kVAR ยังต่ำกว่า 495.8 kVAR ที่การไฟฟ้ายอมให้

kVAR ที่ดึงอยู่จริง431.8 kVAR
ยอมให้ ก่อนโซลาร์ (800 kW)495.8 kVAR
ยอมให้ หลังโซลาร์ (500 kW)309.9 kVAR
ตัวอย่าง (ตัวเลขสมมติ) kVAR เท่าเดิม แต่เพดานที่การไฟฟ้ายอมให้ลดลงตาม kW จึงเกินเพดานใหม่ 122 kVAR

เดือนไหนโดน เดือนไหนไม่โดน

การไฟฟ้าไม่ได้ดูช่วงเที่ยงวันอย่างเดียว แต่เอา kVAR สูงสุด ของเดือนมาเทียบกับ kW สูงสุด ของเดือน (ค่าเฉลี่ย 15 นาที) ค่าปรับจึงขึ้นกับว่า kW สูงสุดของเดือนเหลือเท่าไรหลังติดโซลาร์

kW สูงสุดของเดือนPF ที่มิเตอร์ค่าปรับต่อเดือน
800 kW0.88ไม่โดน
700 kW0.85ไม่โดน
650 kW0.831,626 บาท (29 kVAR)
600 kW0.813,364 บาท (60 kVAR)
500 kW0.766,841 บาท (122 kVAR)

โรงงานในตัวอย่างเริ่มโดนปรับเมื่อ kW สูงสุดของเดือนต่ำกว่าราว 697 kW

  • เสี่ยงมาก โรงงานที่ทำงานเฉพาะกลางวัน โหลดหนักช่วง 10:00–15:00 น. และเดือนนั้นแดดดีเกือบทุกวัน
  • เสี่ยงน้อย โรงงานที่มีกะดึก หรือเปิดเครื่องเต็มที่ตั้งแต่เช้าตรู่ เพราะ kW สูงสุดเกิดตอนที่โซลาร์ยังไม่ช่วย
  • เปลี่ยนตามฤดู หน้าฝนมีวันครึ้มที่ kW สูงสุดยังสูงเท่าเดิม ค่าปรับจึงอาจโผล่เฉพาะหน้าร้อนหรือหน้าหนาว
อย่าแก้ด้วยการลดขนาดโซลาร์

ค่าปรับนี้แก้ได้ที่ตู้คาปาซิเตอร์ ซึ่งลงทุนน้อยกว่าเงินค่าไฟที่โซลาร์ช่วยประหยัด การปิดแผงบางส่วนเพื่อให้ PF ผ่านเกณฑ์ คือการทิ้งเงินที่ประหยัดได้เพื่อเลี่ยงค่าปรับก้อนเล็กกว่า

ตรวจอย่างไรว่าโรงงานเข้าข่าย

  1. ดูบิลก่อนและหลังติดโซลาร์เทียบบรรทัดค่าปรับ Power Factor และ kVAR สูงสุดกับ kW สูงสุดที่พิมพ์ในบิล
  2. หาว่า kW สูงสุดเกิดเมื่อไรถ้าเกิดช่วงกลางวันที่แดดดี โซลาร์ทำให้ค่านี้ต่ำลงและเสี่ยงโดนปรับ
  3. วัด kVAR ตลอดวันดูว่า kVAR ช่วงกลางวันลดลงตามที่ตู้คาปาซิเตอร์ควรช่วยหรือไม่
  4. คำนวณย้อนหลังใช้ข้อมูลเฉลี่ย 15 นาทีทั้งเดือน คิดตามสูตรของการไฟฟ้า แล้วเลือกขนาดตู้จากค่าจริง

วิธีแก้

วิธีทำอย่างไร
ตั้งค่าตัวควบคุมตู้ใหม่ตัวควบคุมตู้คาปาซิเตอร์อาจตั้งเป้า PF ไว้ต่ำ หรือสับสเต็ปช้า ตั้งเป้าใหม่ราว 0.95 ก่อนคิดซื้อของเพิ่ม
ตรวจตำแหน่ง CT ของตัวควบคุมตัวควบคุมต้องวัดที่จุดเดียวกับที่การไฟฟ้าเห็น ถ้าโซลาร์ต่อเข้าคนละฝั่งกับ CT ตัวควบคุมจะเห็นค่าไม่ตรงกับมิเตอร์การไฟฟ้า และสับสเต็ปไม่พอ
เติมสเต็ปคาปาซิเตอร์ในตัวอย่างนี้ต้องเติมอย่างน้อยราว 122 kVAR ถึงพ้นค่าปรับ และราว 267 kVAR ถ้าตั้งเป้า 0.95 · ต้องเป็นตู้แบบสับอัตโนมัติ ไม่งั้นช่วงโหลดน้อยจะจ่าย kVAR เกิน
ให้อินเวอร์เตอร์ช่วยจ่าย kVARอินเวอร์เตอร์บางรุ่นตั้งให้จ่าย kVAR ได้ แต่ต้องอยู่ในข้อกำหนดการเชื่อมต่อของการไฟฟ้า และต้องตกลงกับผู้ติดตั้งโซลาร์ก่อน
ใช้ตู้แบบ detuned ถ้ามีฮาร์มอนิกโรงงานที่มีอินเวอร์เตอร์ปรับรอบมอเตอร์มาก ตู้ธรรมดาเสี่ยงสั่นพ้องกับฮาร์มอนิก วัด THD ก่อนเลือกตู้

เรียงจากวิธีที่ลงทุนน้อยที่สุด สองวิธีแรกมักไม่ต้องซื้ออะไรเพิ่ม อ่านเรื่องตู้คาปาซิเตอร์ → · อ่านเรื่องฮาร์มอนิก →

PowerIQ ช่วยตรงไหน

  • วัด kW kVAR และ PF ทุก 1 นาที เห็นว่า PF ตกช่วงไหนของวัน และตรงกับช่วงที่โซลาร์จ่ายไฟหรือไม่
  • เก็บค่าเฉลี่ย 15 นาทีครบทั้งเดือน จึงคิดค่าปรับตามสูตรของการไฟฟ้าย้อนหลังได้ ไม่ต้องรอบิล
  • ย้อนดูกราฟก่อนและหลังปรับตู้คาปาซิเตอร์ เห็นว่า kVAR ช่วงกลางวันลดลงจริง

PowerIQ อ่านค่าอย่างเดียว ไม่ได้สั่งตู้คาปาซิเตอร์หรืออินเวอร์เตอร์ และวัดที่จุดที่ติดตั้งเท่านั้น ถ้าต้องการเห็นค่าเดียวกับมิเตอร์การไฟฟ้า ต้องติดที่ด้านขาเข้าหลังจุดที่โซลาร์ต่อเข้า

คำถามที่พบบ่อย

ติดโซลาร์แล้วทำไมโดนค่าปรับ Power Factor

โซลาร์จ่ายไฟส่วนที่ทำงาน (kW) แทนการไฟฟ้า แต่มอเตอร์ยังต้องยืมไฟส่วนที่ไม่ได้ทำงาน (kVAR) จากการไฟฟ้าเท่าเดิม เมื่อ kW ที่ซื้อลดลง สัดส่วน kVAR ต่อ kW จึงสูงขึ้นจนเกินเกณฑ์ 61.97% ได้ ทั้งที่เครื่องจักรและตู้คาปาซิเตอร์ทำงานเหมือนเดิม

ติดโซลาร์แล้วจะโดนค่าปรับทุกเดือนไหม

ไม่จำเป็น การไฟฟ้าเทียบ kVAR สูงสุดกับ kW สูงสุดของทั้งเดือน ถ้ามีช่วง 15 นาทีที่โซลาร์ไม่ช่วยแต่โรงงานใช้ไฟเต็มที่ เช่น เช้าตรู่ วันฝนตก หรือกะดึก kW สูงสุดของเดือนจะยังสูงเท่าเดิม เดือนที่แดดดีทุกวันและโหลดสูงสุดอยู่ช่วงกลางวันจึงเสี่ยงที่สุด

ควรลดขนาดโซลาร์เพื่อเลี่ยงค่าปรับไหม

ไม่ควร ค่าปรับแก้ได้ด้วยการปรับหรือเติมตู้คาปาซิเตอร์ ซึ่งลงทุนน้อยกว่าเงินที่โซลาร์ช่วยประหยัด ให้ตรวจตัวควบคุมตู้และตำแหน่ง CT ก่อน

ต้องเติมตู้คาปาซิเตอร์เท่าไร

ขึ้นกับ kVAR ของโรงงานและ kW สูงสุดที่เหลือหลังติดโซลาร์ ในตัวอย่างหน้านี้ (โหลด 800 kW · PF 0.88 · โซลาร์ 300 kW) ต้องเติมอย่างน้อยราว 122 kVAR ควรวัดค่าจริงอย่างน้อยหนึ่งรอบบิลก่อนเลือกขนาด

โซลาร์ทำให้ค่าพีคลดด้วยไหม

ลดได้ถ้าพีคเกิดช่วงที่แดดดี แต่ใช้หลักเดียวกับค่าปรับ PF คือดูค่าสูงสุดของเดือน ถ้ามีวันที่ฝนตกและโรงงานใช้ไฟเต็มที่ในช่วง On-Peak พีคของเดือนนั้นจะไม่ลด

ติดโซลาร์แล้วเริ่มมีค่าปรับ Power Factor

ส่งบิลก่อนและหลังติดโซลาร์มาให้เราดู เราช่วยดูว่าค่าปรับมาจากช่วงไหน และควรเริ่มแก้ที่ตัวควบคุมตู้หรือต้องเติมสเต็ป

อัปเดตล่าสุด 10 ต.ค. 2569 · เกณฑ์ 61.97% และอัตรา 56.07 บาทต่อ kVAR จากประกาศ กฟภ. งวดเดือนกันยายน 2569 · ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม · ตัวเลขตัวอย่างเป็นตัวเลขสมมติ