ติดโซลาร์แล้ว PF ตก ทำไมโดนค่าปรับ Power Factor ทั้งที่ไม่ได้เปลี่ยนอะไร
หลายโรงงานติดโซลาร์รูฟท็อปแล้วเจอบรรทัดค่าปรับ Power Factor ในบิลเป็นครั้งแรก ทั้งที่เครื่องจักรและตู้คาปาซิเตอร์ยังเหมือนเดิม หน้านี้อธิบายว่าเกิดจากอะไร เดือนไหนโดนหรือไม่โดน คิดเป็นเงินเท่าไร และแก้อย่างไรโดยไม่ต้องลดขนาดโซลาร์
- แผงโซลาร์จ่าย kW ช่วงกลางวัน
- มอเตอร์ยังยืม kVAR เท่าเดิม
ทำไมติดโซลาร์แล้ว PF ตก
ไฟที่มอเตอร์ใช้มีสองส่วน ส่วนที่ทำงานจริงวัดเป็น kW และส่วนที่ยืมไปสร้างสนามแม่เหล็กแล้วคืนวัดเป็น kVAR แผงโซลาร์ส่วนใหญ่จ่ายเฉพาะ kW ส่วน kVAR โรงงานยังต้องดึงจากการไฟฟ้า (หรือจากตู้คาปาซิเตอร์) เท่าเดิม
| ที่มิเตอร์การไฟฟ้า | ก่อนติดโซลาร์ | หลังติดโซลาร์ 300 kW |
|---|---|---|
| kW ที่ซื้อ | 800 kW | 500 kW |
| kVAR ที่ดึง | 431.8 kVAR | 431.8 kVAR (เท่าเดิม) |
| Power Factor | 0.88 | 0.76 |
| kVAR ที่การไฟฟ้ายอมให้ | 495.8 kVAR · ผ่าน | 309.9 kVAR · เกิน |
ตัวอย่าง (ตัวเลขสมมติ) โหลด 800 kW ที่ PF 0.88 · ช่วงแดดดีโซลาร์จ่าย 300 kW · เกณฑ์ 61.97% ของ kW ตามประกาศ กฟภ. อ่านสูตรค่าปรับเต็ม →
คิดเป็นเงินเท่าไร
- kVAR ที่ดึงอยู่800 × tan(acos 0.88) = 431.8 kVAR
- ที่การไฟฟ้ายอมให้500 × 0.6197 = 309.9 kVAR
- ส่วนที่เกิน431.8 − 309.9 = 121.9 → ปัดเป็น 122 kVAR
- ค่าปรับเดือนนั้น122 × 56.07 = 6,841 บาท
ก่อนติดโซลาร์ โรงงานนี้ไม่เคยมีบรรทัดค่าปรับเลย เพราะ 431.8 kVAR ยังต่ำกว่า 495.8 kVAR ที่การไฟฟ้ายอมให้
เดือนไหนโดน เดือนไหนไม่โดน
การไฟฟ้าไม่ได้ดูช่วงเที่ยงวันอย่างเดียว แต่เอา kVAR สูงสุด ของเดือนมาเทียบกับ kW สูงสุด ของเดือน (ค่าเฉลี่ย 15 นาที) ค่าปรับจึงขึ้นกับว่า kW สูงสุดของเดือนเหลือเท่าไรหลังติดโซลาร์
| kW สูงสุดของเดือน | PF ที่มิเตอร์ | ค่าปรับต่อเดือน |
|---|---|---|
| 800 kW | 0.88 | ไม่โดน |
| 700 kW | 0.85 | ไม่โดน |
| 650 kW | 0.83 | 1,626 บาท (29 kVAR) |
| 600 kW | 0.81 | 3,364 บาท (60 kVAR) |
| 500 kW | 0.76 | 6,841 บาท (122 kVAR) |
โรงงานในตัวอย่างเริ่มโดนปรับเมื่อ kW สูงสุดของเดือนต่ำกว่าราว 697 kW
- เสี่ยงมาก โรงงานที่ทำงานเฉพาะกลางวัน โหลดหนักช่วง 10:00–15:00 น. และเดือนนั้นแดดดีเกือบทุกวัน
- เสี่ยงน้อย โรงงานที่มีกะดึก หรือเปิดเครื่องเต็มที่ตั้งแต่เช้าตรู่ เพราะ kW สูงสุดเกิดตอนที่โซลาร์ยังไม่ช่วย
- เปลี่ยนตามฤดู หน้าฝนมีวันครึ้มที่ kW สูงสุดยังสูงเท่าเดิม ค่าปรับจึงอาจโผล่เฉพาะหน้าร้อนหรือหน้าหนาว
ค่าปรับนี้แก้ได้ที่ตู้คาปาซิเตอร์ ซึ่งลงทุนน้อยกว่าเงินค่าไฟที่โซลาร์ช่วยประหยัด การปิดแผงบางส่วนเพื่อให้ PF ผ่านเกณฑ์ คือการทิ้งเงินที่ประหยัดได้เพื่อเลี่ยงค่าปรับก้อนเล็กกว่า
ตรวจอย่างไรว่าโรงงานเข้าข่าย
- ดูบิลก่อนและหลังติดโซลาร์เทียบบรรทัดค่าปรับ Power Factor และ kVAR สูงสุดกับ kW สูงสุดที่พิมพ์ในบิล
- หาว่า kW สูงสุดเกิดเมื่อไรถ้าเกิดช่วงกลางวันที่แดดดี โซลาร์ทำให้ค่านี้ต่ำลงและเสี่ยงโดนปรับ
- วัด kVAR ตลอดวันดูว่า kVAR ช่วงกลางวันลดลงตามที่ตู้คาปาซิเตอร์ควรช่วยหรือไม่
- คำนวณย้อนหลังใช้ข้อมูลเฉลี่ย 15 นาทีทั้งเดือน คิดตามสูตรของการไฟฟ้า แล้วเลือกขนาดตู้จากค่าจริง
วิธีแก้
| วิธี | ทำอย่างไร |
|---|---|
| ตั้งค่าตัวควบคุมตู้ใหม่ | ตัวควบคุมตู้คาปาซิเตอร์อาจตั้งเป้า PF ไว้ต่ำ หรือสับสเต็ปช้า ตั้งเป้าใหม่ราว 0.95 ก่อนคิดซื้อของเพิ่ม |
| ตรวจตำแหน่ง CT ของตัวควบคุม | ตัวควบคุมต้องวัดที่จุดเดียวกับที่การไฟฟ้าเห็น ถ้าโซลาร์ต่อเข้าคนละฝั่งกับ CT ตัวควบคุมจะเห็นค่าไม่ตรงกับมิเตอร์การไฟฟ้า และสับสเต็ปไม่พอ |
| เติมสเต็ปคาปาซิเตอร์ | ในตัวอย่างนี้ต้องเติมอย่างน้อยราว 122 kVAR ถึงพ้นค่าปรับ และราว 267 kVAR ถ้าตั้งเป้า 0.95 · ต้องเป็นตู้แบบสับอัตโนมัติ ไม่งั้นช่วงโหลดน้อยจะจ่าย kVAR เกิน |
| ให้อินเวอร์เตอร์ช่วยจ่าย kVAR | อินเวอร์เตอร์บางรุ่นตั้งให้จ่าย kVAR ได้ แต่ต้องอยู่ในข้อกำหนดการเชื่อมต่อของการไฟฟ้า และต้องตกลงกับผู้ติดตั้งโซลาร์ก่อน |
| ใช้ตู้แบบ detuned ถ้ามีฮาร์มอนิก | โรงงานที่มีอินเวอร์เตอร์ปรับรอบมอเตอร์มาก ตู้ธรรมดาเสี่ยงสั่นพ้องกับฮาร์มอนิก วัด THD ก่อนเลือกตู้ |
เรียงจากวิธีที่ลงทุนน้อยที่สุด สองวิธีแรกมักไม่ต้องซื้ออะไรเพิ่ม อ่านเรื่องตู้คาปาซิเตอร์ → · อ่านเรื่องฮาร์มอนิก →
PowerIQ ช่วยตรงไหน
- วัด kW kVAR และ PF ทุก 1 นาที เห็นว่า PF ตกช่วงไหนของวัน และตรงกับช่วงที่โซลาร์จ่ายไฟหรือไม่
- เก็บค่าเฉลี่ย 15 นาทีครบทั้งเดือน จึงคิดค่าปรับตามสูตรของการไฟฟ้าย้อนหลังได้ ไม่ต้องรอบิล
- ย้อนดูกราฟก่อนและหลังปรับตู้คาปาซิเตอร์ เห็นว่า kVAR ช่วงกลางวันลดลงจริง
PowerIQ อ่านค่าอย่างเดียว ไม่ได้สั่งตู้คาปาซิเตอร์หรืออินเวอร์เตอร์ และวัดที่จุดที่ติดตั้งเท่านั้น ถ้าต้องการเห็นค่าเดียวกับมิเตอร์การไฟฟ้า ต้องติดที่ด้านขาเข้าหลังจุดที่โซลาร์ต่อเข้า
คำถามที่พบบ่อย
ติดโซลาร์แล้วทำไมโดนค่าปรับ Power Factor
โซลาร์จ่ายไฟส่วนที่ทำงาน (kW) แทนการไฟฟ้า แต่มอเตอร์ยังต้องยืมไฟส่วนที่ไม่ได้ทำงาน (kVAR) จากการไฟฟ้าเท่าเดิม เมื่อ kW ที่ซื้อลดลง สัดส่วน kVAR ต่อ kW จึงสูงขึ้นจนเกินเกณฑ์ 61.97% ได้ ทั้งที่เครื่องจักรและตู้คาปาซิเตอร์ทำงานเหมือนเดิม
ติดโซลาร์แล้วจะโดนค่าปรับทุกเดือนไหม
ไม่จำเป็น การไฟฟ้าเทียบ kVAR สูงสุดกับ kW สูงสุดของทั้งเดือน ถ้ามีช่วง 15 นาทีที่โซลาร์ไม่ช่วยแต่โรงงานใช้ไฟเต็มที่ เช่น เช้าตรู่ วันฝนตก หรือกะดึก kW สูงสุดของเดือนจะยังสูงเท่าเดิม เดือนที่แดดดีทุกวันและโหลดสูงสุดอยู่ช่วงกลางวันจึงเสี่ยงที่สุด
ควรลดขนาดโซลาร์เพื่อเลี่ยงค่าปรับไหม
ไม่ควร ค่าปรับแก้ได้ด้วยการปรับหรือเติมตู้คาปาซิเตอร์ ซึ่งลงทุนน้อยกว่าเงินที่โซลาร์ช่วยประหยัด ให้ตรวจตัวควบคุมตู้และตำแหน่ง CT ก่อน
ต้องเติมตู้คาปาซิเตอร์เท่าไร
ขึ้นกับ kVAR ของโรงงานและ kW สูงสุดที่เหลือหลังติดโซลาร์ ในตัวอย่างหน้านี้ (โหลด 800 kW · PF 0.88 · โซลาร์ 300 kW) ต้องเติมอย่างน้อยราว 122 kVAR ควรวัดค่าจริงอย่างน้อยหนึ่งรอบบิลก่อนเลือกขนาด
โซลาร์ทำให้ค่าพีคลดด้วยไหม
ลดได้ถ้าพีคเกิดช่วงที่แดดดี แต่ใช้หลักเดียวกับค่าปรับ PF คือดูค่าสูงสุดของเดือน ถ้ามีวันที่ฝนตกและโรงงานใช้ไฟเต็มที่ในช่วง On-Peak พีคของเดือนนั้นจะไม่ลด
ส่งบิลก่อนและหลังติดโซลาร์มาให้เราดู เราช่วยดูว่าค่าปรับมาจากช่วงไหน และควรเริ่มแก้ที่ตัวควบคุมตู้หรือต้องเติมสเต็ป
อัปเดตล่าสุด 10 ต.ค. 2569 · เกณฑ์ 61.97% และอัตรา 56.07 บาทต่อ kVAR จากประกาศ กฟภ. งวดเดือนกันยายน 2569 · ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม · ตัวเลขตัวอย่างเป็นตัวเลขสมมติ