ค่าความต้องการพลังไฟฟ้า (ค่าดีมานด์ ค่าพีค) คิดอย่างไร และลดได้อย่างไร
ในบิลค่าไฟโรงงานมีบรรทัดหนึ่งที่ไม่ได้คิดจากจำนวนไฟที่ใช้ทั้งเดือน แต่คิดจาก 15 นาทีเดียวที่ใช้ไฟหนักที่สุด และยังถูกยึดไว้ไปอีก 12 เดือน คือค่าความต้องการพลังไฟฟ้า หรือที่หน้างานเรียกกันว่าค่าดีมานด์ หรือค่าพีค
ค่าพีคคืออะไร
การไฟฟ้าต้องเตรียมสายส่งและหม้อแปลงให้รับไฟได้ในจังหวะที่โรงงานใช้หนักที่สุด ไม่ใช่จังหวะเฉลี่ย ค่าความต้องการพลังไฟฟ้าจึงเป็นค่าที่จ่ายเพื่อจองกำลังนั้นไว้ ใช้ไฟน้อยทั้งเดือน แต่มี 15 นาทีที่หนักมาก ก็จ่ายตาม 15 นาทีนั้น
| แรงดันที่รับไฟ (ประเภท 3.2 TOU) | ค่าดีมานด์ บาท/kW/เดือน |
|---|---|
| 69 kV ขึ้นไป | 74.14 |
| 22–33 kV | 132.93 |
| ต่ำกว่า 22 kV | 210.00 |
ยังไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม · ที่มา: ประกาศอัตราค่าไฟฟ้าของ กฟภ. งวดเดือนกันยายน 2569 · ส่วนอื่นของบิลดูที่ วิธีอ่านบิลค่าไฟโรงงาน
กฎ 70% ที่ทำให้พีควันเดียวแพงทั้งปี
การไฟฟ้าเก็บค่าไฟขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 70% ของค่าความต้องการพลังไฟฟ้าสูงสุดในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา ถ้าเดือนไหนพีคพุ่ง เดือนต่อ ๆ ไปจะถูกคิดอย่างน้อย 70% ของพีคนั้น แม้โรงงานจะกลับมาใช้ไฟเท่าเดิมแล้ว
ตัวอย่าง (ตัวเลขสมมติ) โรงงานรับไฟ 22–33 kV ปกติใช้ไฟหนักสุดเดือนละ 600 kW วันหนึ่งเปิดเครื่องใหญ่พร้อมกันจนพุ่งเป็น 1,000 kW นาน 15 นาที
- เดือนที่พีคพุ่ง จ่ายเพิ่ม(1,000 − 600) × 132.93 = 53,172 บาท
- อีก 11 เดือนต่อมา ขั้นต่ำคือ 70% ของ 1,000 kW700 kW แทน 600 kW · จ่ายเพิ่มเดือนละ 13,293 บาท
- รวมทั้งปี จาก 15 นาทีเดียว53,172 + 13,293 × 11 = 199,395 บาท
- เดือนที่พีคพุ่ง
- ถูกคิดขั้นต่ำ 70% ของ 1,000 kW ทั้งที่ใช้จริง 600 kW
บิลบอกแค่ตัวเลข kW สูงสุดของเดือน ไม่บอกว่าเกิดวันไหน เวลาไหน และมาจากเครื่องไหน พอบิลมาก็สายไปแล้ว เพราะพีคนั้นถูกยึดไว้อีก 12 เดือน
คำนวณว่าพีคครั้งเดียวทำให้จ่ายเพิ่มเท่าไร
กรอกพีคปกติของโรงงาน และพีคที่พุ่งขึ้น ผลจะขึ้นทันที
- เดือนที่พีคพุ่ง จ่ายเพิ่ม
- –
- อีก 11 เดือน จ่ายเพิ่มเดือนละ
- –
- รวมทั้งปี จากพีคครั้งเดียว
- –
ประมาณการ ไม่ใช่ใบเสนอราคา · สมมติว่าพีคเกิดช่วง On-Peak และเดือนอื่นใช้ไฟหนักสุดเท่าพีคปกติ · ไม่รวม VAT
วิธีลดค่าพีค
- อย่าเดินเครื่องใหญ่พร้อมกัน สตาร์ทเครื่องจักร คอมเพรสเซอร์ และชิลเลอร์ทีละตัว เว้นระยะกันให้พ้นช่วง 15 นาทีเดียวกัน
- เลื่อนงานที่ไม่เร่งไป Off-Peak หลัง 22:00 น. หรือวันเสาร์ อาทิตย์ ไม่ถูกคิดค่าดีมานด์เลย และค่าพลังงานถูกกว่าด้วย
- รู้ว่าพีคมาจากไหน ดูว่าพีคเกิดเวลาไหนของวัน และเครื่องไหนทำงานอยู่ตอนนั้น ถึงจะรู้ว่าต้องเลื่อนงานอะไร
- ตั้งเป้าพีคของโรงงานเอง ให้หัวหน้ากะรู้ว่าไม่ควรเกินเท่าไร ระวังเป็นพิเศษช่วงเร่งงานปลายเดือน
- ระวังวันพิเศษ วันทดสอบเครื่อง วันเปิดไลน์ใหม่ หรือวันที่ไฟกลับมาหลังดับ มักเปิดทุกอย่างพร้อมกัน
อ่านวิธีลดค่าพีคแบบละเอียด 7 วิธี พร้อมตัวอย่างคำนวณ →
PowerIQ ช่วยตรงไหน
- วัดกำลังไฟทุก 1 นาทีแยกแต่ละเครื่อง พร้อมกราฟย้อนหลัง เห็นว่าพีคเกิดวันไหน เวลาไหน และมาจากหม้อแปลงหรือเครื่องไหน
- เห็นกราฟการใช้ไฟของวันนี้ระหว่างวัน ไม่ต้องรอบิลสิ้นเดือน
- รายงานรายวันของแต่ละเครื่องสั่งพิมพ์เป็น PDF ได้ และส่งออกข้อมูลไปเปิดใน Excel ได้
ดูว่า PowerIQ เฝ้าหม้อแปลงอย่างไร →
คำถามที่พบบ่อย
ค่าดีมานด์คิดจากช่วงเวลาไหน
สำหรับอัตรา TOU คิดจากค่าเฉลี่ย 15 นาทีที่ใช้ไฟหนักที่สุดในช่วง On-Peak คือ 09:00–22:00 น. วันจันทร์ถึงศุกร์ ช่วง Off-Peak ใช้ไฟหนักเท่าไรก็ไม่ถูกคิดค่าดีมานด์
กฎ 70% คืออะไร
การไฟฟ้าเก็บค่าไฟขั้นต่ำไม่น้อยกว่า 70% ของค่าความต้องการพลังไฟฟ้าสูงสุดในรอบ 12 เดือนที่ผ่านมา ถ้าเดือนไหนพีคพุ่งสูง เดือนต่อ ๆ ไปจะถูกคิดอย่างน้อย 70% ของพีคนั้น แม้จะใช้ไฟน้อยลงแล้ว
เครื่องจักรกระชากไฟตอนสตาร์ทไม่กี่วินาที ทำให้ค่าพีคขึ้นไหม
ขึ้นน้อยมาก เพราะการไฟฟ้าใช้ค่าเฉลี่ยทั้ง 15 นาที กระแสกระชากไม่กี่วินาทีจึงถูกเฉลี่ยไปกับช่วงที่เหลือ สิ่งที่ทำให้พีคสูงจริงคือเครื่องใหญ่หลายตัวเดินพร้อมกันต่อเนื่องเกิน 15 นาที
ลดพีคแล้วค่าดีมานด์ลดทันทีไหม
ถ้าพีคเดือนนี้ยังสูงกว่า 70% ของพีคสูงสุดใน 12 เดือน ค่าดีมานด์ลดทันทีในเดือนนั้น แต่ถ้าต่ำกว่า จะถูกคิดที่ 70% ไปจนกว่าเดือนที่พีคสูงจะพ้นรอบ 12 เดือน
ส่งบิลค่าไฟมาให้เราช่วยดู หรือคุยว่าจะเริ่มวัดจริงได้อย่างไร
อัปเดตล่าสุด 10 ต.ค. 2569 · อัตราค่าไฟเปลี่ยนตามประกาศของการไฟฟ้า ให้ดูงวดที่ระบุไว้ด้านบน